
จากร่างแผน PDP2026 จะพบว่าไม่มีการซื้อไฟฟ้าจากต่างประเทศ ซึ่งก็คือจากเขื่อนใหม่ในประเทศลาว แต่อย่างไรก็ตาม การซื้อไฟฟ้าพลังน้ำจากต่างประเทศยังมีในส่วนของสัญญาที่มีข้อผูกพันอยู่แล้ว 3,407 เมกะวัตต์ ซึ่งก็คือ
- เขื่อนหลวงพระบาง 1,400 เมกะวัตต์ จะจ่ายไฟเข้าระบบในปี 2573
- เขื่อนปากลาย 763 เมกะวัตต์ จะจ่ายไฟเข้าระบบในปี 2575
- เขื่อนปากแบง 897 เมกะวัตต์ จะจ่ายไฟเข้าระบบในปี 2576
- เขื่อนเซกอง 4A&4B 347 เมกะวัตต์ จะจ่ายไฟเข้าระบบในปี 2576
เมื่อปี 2565 ไทยมีการเซ็นขยาย MOU ความร่วมมือด้านไฟฟ้าไทย-ลาว โดยจะซื้อไฟฟ้าจากลาวรวม 10,500 เมกะวัตต์ ซึ่งได้ลงนามในสัญญาไปแล้วประมาณ 9,342 เมกะวัตต์ ซึ่งภายใต้ MOU นี้จะยังเหลือให้ไทยสามารถซื้อไฟฟ้าจากลาวได้อีก 1,158 เมกะวัตต์ โดยก่อนหน้านี้คาดว่าจะมีการสร้างเขื่อนใหม่เพื่อขายไฟให้แก่ไทยภายใต้ MOU ที่เหลือ คือเขื่อนสานะคาม กำลังการผลิต 684 เมกะวัตต์ เขื่อนภูงอย กำลังการผลิต 728 เมกะวัตต์ และเขื่อนเซกอง 5 กำลังการผลิต 330 เมกะวัตต์ ซึ่งทั้งหมดยังไม่มีการเซ็นสัญญาและยังไม่มีการก่อสร้าง
อย่างไรก็ตามในช่วงเวลาที่ผ่านมาก่อนที่ประเทศไทยจะคลอดร่างแผน PDP2026 ช่วงปี 2562-2568 สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) ได้จัดเวทีรับฟังความคิดเห็นประชาชนในพื้นที่จังหวัดริมแม่น้ำโขง ตามกติกาข้อตกลงแม่น้ำโขงปี 2538 กรณีข้อเสนอต่อการสร้างเขื่อนสานะคามไปแล้ว แม้จะยังไม่ได้ข้อสรุป และในปี 2566-2568 ภาคประชาชนก็เคยจัดเวทีรับฟังและแสดงความคิดเห็นต่อโครงการก่อสร้างเขื่อนภูงอย โดยมีสทนช.และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมารับฟังข้อกังวลด้านผลกระทบข้ามพรมแดนต่อประเทศไทยเช่นเดียวกัน ซึ่งประชาชนไทยทั้ง 8 จังหวัดลุ่มน้ำโขงยังวิตกกังวลว่าเขื่อนเหล่านี้จะถูกพิจารณาก่อสร้างในอนาคต
แต่จากร่างแผน PDP2026 น่าแปลกใจเป็นอย่างยิ่งที่ไม่ปรากฏการระบุการซื้อไฟฟ้าพลังน้ำจากจากเขื่อนใหม่ในลาว นำมาซึ่งคำถามที่สำคัญว่าเขื่อนในลาวที่มีการคาดการณ์ว่าจะสร้างเพื่อขายไฟให้กับประเทศไทย ทั้ง 3 เขื่อน คือเขื่อนสานะคาม เขื่อนภูงอยและเขื่อนเซกอง 5 จะไม่มีการสร้างเพื่อขายไฟฟ้าให้กับประเทศไทยในอีก 10 ปี ข้างหน้าแล้วใช่หรือไม่
ไม่เพียงแค่นั้น ยังคงต้องถามต่อไปอีกว่า แม้ร่างแผน PDP2026 ไม่ปรากฏการซื้อไฟฟ้าพลังน้ำจากเขื่อนใหม่ในลาวแล้ว แต่สัดส่วนที่เหลือ 1,158 เมกะวัตต์ จาก MOU ความร่วมมือด้านไฟฟ้าไทย-ลาว จะไม่ก่อให้เกิดการสร้างเขื่อนใหม่เพื่อขายไฟฟ้าให้กับประเทศไทยด้วยเช่นกัน ใช่หรือไม่ และในอนาคตจะไม่มีการขยายความร่วมมือเพิ่มเติมจากเดิมเพื่อสร้างเขื่อนใหม่เพื่อขายไฟฟ้าให้กับประเทศไทยแล้วใช่หรือไม่ หรือจะเปลี่ยนเป็นพลังงานประเภทอื่น?
เพราะที่ผ่านมา เกิดความไม่ชัดเจนของการรับซื้อไฟฟ้าจากเขื่อนที่จะต้องสร้างใหม่ในลาวว่าจะต้องยึดกฎเกณฑ์ใด ระหว่าง MOU ความร่วมมือด้านไฟฟ้าไทย-ลาว หรือแผน PDP ดังนั้นนอกจากร่างแผน PDP2026 จะให้ความชัดเจนว่าจะไม่มีการซื้อไฟฟ้าจากจากเขื่อนใหม่ในลาวแล้ว รัฐบาลเองก็ควรจะให้ข้อมูลที่แน่ชัดว่า จะไม่มีการซื้อไฟฟ้าจากจากเขื่อนใหม่ในลาวจาก MOU ความร่วมมือด้านไฟฟ้าไทย-ลาว ด้วยเช่นเดียวกัน
เพราะราคาซื้อไฟจากเขื่อนใหม่แพงกว่าโครงการพลังงานแสงอาทิตย์ที่มีระบบกักเก็บพลังงาน (แบตเตอรี) ในประเทศแล้ว และเขื่อนก็ยังไม่สามารถผลิตไฟฟ้าได้ตามกำลังการผลิตเพราะน้ำไม่พอโดยเฉพาะในหน้าร้อนที่ไทยต้องการใช้ไฟอย่างมาก แต่เขื่อนในลาวผลิตไฟขายให้ไทยได้เพียง 105.91 เมกะวัตต์ หรือคิดเป็น 2.17% จากกำลังการผลิตของเขื่อนในลาวที่เซ็นสัญญาขายไฟทั้งหมด และที่สำคัญการสร้างเขื่อนใหม่ยังสร้างผลกระทบทางสิ่งแวดล้อมอย่างมหาศาลอีกด้วย
บทความยอดนิยม




