ข้อสังเกตต่อร่างแผน PDP2026: ประเด็นการพยากรณ์ความต้องการใช้ไฟฟ้าสูงเกินจริง

จากร่างแผน PDP2026 จะพบว่าในช่วง 12 ปีแรกของร่างแผน PDP2026 (พ.ศ. 2569-2580) มีกำลังการผลิตใหม่รวม 50,900 เมกะวัตต์เท่ากันในทุกทางเลือก ไม่เพียงแค่นั้นยังมีกำลังการผลิตที่มีสัญญาผูกพันอยู่แล้วจากแผน PDP ฉบับที่ผ่านมาที่ยังไม่ได้จ่ายไฟเข้าระบบอีก 14,806 เมกะวัตต์ ซึ่งจะทยอยจ่ายไฟเข้าระบบตั้งแต่ปี 2569 ไปจนถึงปี 2580 เท่ากับว่าภายในปี 2580 จะมีกำลังการผลิตใหม่เข้าสู่ระบบรวมทั้งหมด 65,706 เมกะวัตต์ 

ปัจจุบัน ณ วันที่ 31 ก.ค. 69 ประเทศไทยมีกำลังผลิตตามสัญญาในระบบ 48,852.11 เมกะวัตต์ ในขณะที่การใช้ไฟฟ้าสูงสุดของทั้ง 3 การไฟฟ้าเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 22 เม.ย. 69 36,759 เมกะวัตต์ ส่วนการใช้ไฟเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 25,000 เมกะวัตต์ เท่ากับว่าไทยมีกำลังไฟฟ้าสำรอง 12,093.11 เมกะวัตต์ จากกำลังการผลิตปัจจุบัน 48,852.11 เมกะวัตต์ รวมกับกำลังการผลิตที่จะเข้ามาใหม่ในส่วนโรงไฟฟ้าที่มีข้อสัญญาผูกพันอยู่แล้วและโรงไฟฟ้าใหม่ในร่างแผน PDP2026 โดยหักกำลังการผลิตที่ต้องปลดออกจากระบบ ทำให้ ณ ปี 2580 ร่างแผน PDP2026 คาดการณ์ว่าไทยมีกำลังการผลิตไฟฟ้าตามสัญญาสะสมอยู่ที่ 115,632 เมกะวัตต์ และจะมีกำลังการผลิตตามสัญญาภายใต้ทางเลือกที่ 4 (CCS+RE) เมื่อสิ้นสุดแผนในปีพ.ศ. 2593 สูงถึง 206,073 เมกะวัตต์

ในการพยากรณ์ความต้องการใช้ไฟฟ้าในร่างแผน PDP2026 นี้มีการปรับปรุงสมมติฐานที่นำมาใช้ในการพยากรณ์จากการรับฟังความคิดเห็นเมื่อวันที่ 24 มี.ค. 69 เช่น อัตราการเติบโตเฉลี่ยต่อปีของ GDP ปรับจาก 2.56% เป็น 2.49% ซึ่ง JustPow ได้ตั้งข้อสังเกตไว้ว่าการพยากรณ์ GDP ของไทยในปี 2569 จะอยู่ที่ 1.7% และจะพุ่งทะยานขึ้นไปอยู่ที่ 3.0% ในปี 2573 เป็นการพยากรณ์ที่เกินจริงและจะนำมาสู่ความต้องการไฟฟ้าที่สูงเกินจริง

นอกจากนั้น ยังมีการปรับตัวเลขจำนวนรถ EV สะสม ณ ปี 2593 จาก 28.47 ล้านคันเหลือ 26.20 ล้านคัน โดยปัจจุบัน (ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2569) ประเทศไทยมีจำนวนรถ EV สะสมรวมกว่า 1.27 ล้านคัน ในขณะที่ปี 2567 มียอดจดทะเบียน 70,137 คัน และในปี 2568 เพิ่มขึ้นเป็น 122,128 คัน เท่ากับว่าภายในปี 2593 ประเทศไทยจะมีรถ EV เพิ่ม 24.93 ล้านคัน หรือประมาณปีละ 1 ล้านคันเลยทีเดียว 

นอกจากการพยากรณ์ที่สูงเกินจริงแล้ว ยังพบว่าสมมติฐานที่นำมาใช้ในการพยากรณ์ ยังมีความคลาดเคลื่อนและไม่แน่นอนสูง ทั้งการผลิตไฟฟ้าของโซลาร์ IPS ที่ต่ำกว่าศักยภาพที่มี ความต้องการไฟฟ้าของดาต้าเซ็นเตอร์ 6,799-8,811 เมกะวัตต์ ที่ยังมีความไม่แน่นอนจากการที่มติให้ชะลอการอนุมัติโครงการดาต้าเซ็นเตอร์และตั้งบอร์ดดาต้าเซ็นเตอร์เพื่อมากลั่นกรองและเข้มงวดต่อการออกใบอนุญาต อีกทั้งยังไม่สอดคล้องกับแนวทางในอนาคตที่จะเปิดให้มี Direct PPA กับโครงการดาต้าเซ็นเตอร์และอุตสาหกรรมอื่นที่มากกว่าโควต้าแรก 2,000 เมกะวัตต์อีกด้วย

หรือโครงการรถไฟความเร็วสูง โดยเฉพาะโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน ซึ่งเป็นอีกหนึ่งสมมติฐานที่นำมาพยากรณ์ความต้องการใช้ไฟในร่างแผน PDP2026 ที่เพิ่งจะถูกเอกชนขอยกเลิกสัญญา และยังไม่มีทางออกว่าโครงการจะสามารถดำเนินการต่อไปได้หรือไม่ 

ทั้งหมดนี้ ทำให้เห็นว่าการพยากรณ์ความต้องการใช้ไฟฟ้าที่สูงเกินจริงของร่างแผน PDP2026 อันมาจากสมมติฐานที่มีความไม่แน่นอนและใช้ตัวเลขที่สูงเกินจริง รวมไปถึงยังมีกำลังการผลิตที่มีสัญญาผูกพันอยู่แล้วอีก 14,806 เมกะวัตต์ ซึ่งอาจซ้ำเติมปัญหากำลังการผลิตไฟฟ้าที่ล้นเกินของประเทศไทยในปัจจุบัน และจะนำมาซึ่งภาระค่าไฟที่แพงมากขึ้นในอนาคต ทั้งจากการลงทุนก่อสร้างโรงไฟฟ้าใหม่ โครงสร้างพื้นฐานต่างๆ หรือค่าความพร้อมจ่ายที่แฝงอยู่ในบิลค่าไฟ

บทความยอดนิยม

จากการที่เอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน มีแนวคิดปรับโครงสร้างค่าไฟฟ้าเพื่อลดภาระค่าครองชีพของประชาชนอันเกิดขึ้นจากสถานการณ์สงครามในตะวันออกกลางที่ส่งผลให้ต้นทุนพลังงานสูงขึ้น ซึ่งประเทศไทยเองก็เพิ่งจะมีการปรับค่าไฟเป็น 3.95 บาท/หน่วย โดยจะมีการปรับโครงสร้างค่าไฟฟ้าใหม่เป็นแบบขั้นบันไดซึ่งจะทำให้กลุ่มผู้ใช้ไฟฟ้าน้อยกว่า 200 หน่วย จ่ายค่าไฟในอัตราไม่เกิน 3 บาท/หน่วย แต่ผู้ใช้ไฟมากกว่า 400 หน่วย จะต้องจ่ายค่าไฟในอัตรา 5 บาท/หน่วย เพื่อนำมาเฉลี่ยให้กับกลุ่มที่ใช้ไฟไม่เกิน 200 หน่วย  อย่างไรก็ตามแผนการปรับโครงสร้างค่าไฟฟ้าใหม่เป็นแบบขั้นบันไดก็ได้รับการวิพากษ์วิจารณ์อย่างมากถึงความไม่ยุติธรรมที่เกิดขึ้น จนเมื่อวันที่ 16 มิ.ย. 69 รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานก็ได้มีการสั่งทบทวนการปรับโครงสร้างค่าไฟฟ้าใหม่เป็นแบบขั้นบันได ต่อมาในวันที่ 17 มิ.ย. 69 ก็ได้นำเสนอแนวคิดในการใช้รายได้หรือกำไรจากการดำเนินงานของการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) มาช่วยชดเชยค่าไฟฟ้าล่วงหน้าให้กับกลุ่มผู้ใช้ไฟฟ้าบ้านอยู่อาศัยที่ใช้ไฟไม่เกิน 200 หน่วยแรก โดยจะเป็นการสำรองจ่ายไปก่อน และเมื่อรัฐบาลสามารถจัดการรายได้จากกลุ่ม Data Center หรือลดต้นทุนจากสัญญาแอดเดอร์ได้แล้ว จึงจะนำเงินส่วนนั้นมาคืนให้กฟผ. อย่างไรก็ตาม การดำเนินการตามแนวคิดดังกล่าวจะต้องได้รับความเห็นชอบจากมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) และต้องไม่กระทบต่อแผนการลงทุนหลักของ กฟผ. อีกด้วย JustPow ชวนสำรวจข้อมูลว่ากระทรวงพลังงานจะต้องใช้เงินจาก กฟผ. เท่าไร เพื่อมาชดเชยค่าไฟฟ้าให้กับกลุ่มผู้ใช้ไฟฟ้าบ้านอยู่อาศัยที่ใช้ไฟไม่เกิน 200 […]

ร่างแผน PDP2026 เปิดโควต้าโซลาร์ใหม่ 24,300 เมกะวัตต์ แบ่งให้เอกชน 14,300 เมกะวัตต์ ใหญ่กว่าโควต้า RE Biglot ที่เคยมีปัญหาด้านความโปร่งใสของโครงการ เกือบ 3 เท่า
สำรวจต่อจากแอปฯ ค่าไฟไปไหน

โครงการเขื่อนปากแบง เป็นโครงการโรงไฟฟ้าพลังน้ำตั้งอยู่บริเวณตอนบนของแม่น้ำโขง ทางเหนือของเมืองปากแบง แขวงอุดมไชย ทางตอนเหนือของประเทศ สปป.ลาว และห่างจากชายแดนไทย-ลาว ผาได 96 กม. มีกำลังการผลิตติดตั้ง 912 เมกะวัตต์ โดยเป็นการร่วมทุนกันระหว่าง บริษัทไชน่าต้าถัง โอเวอร์ซี อินเวสต์เมนต์ 51% และบริษัท กัลฟ์ เอ็นเนอร์จี ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) 49% มีมูลค่าการลงทุนทั้งสิ้นประมาณ 100,000 ล้านบาท สัญญาสัมปทาน 29 ปี โดยจะขายไฟให้แก่ประเทศไทย 897 เมกะวัตต์ ในราคาหน่วยละ 2.7129 บาท ซึ่งเซ็นสัญญาไปเมื่อวันที่ 11 ส.ค. 2566 ที่ผ่านมา คาดว่าจะมีการก่อสร้างในปีนี้ และใช้เวลาก่อสร้างประมาณ 8 ปี โดยมีกำหนดขายไฟฟ้าเข้าระบบในปี 2576  นอกจากปัญหาหลักในส่วนของประเด็นเรื่องพลังงาน ทั้งการที่กำลังการผลิตของไทยล้นเกินอยู่แล้ว เขื่อนในลาวที่ไทยซื้อไฟผลิตไฟได้น้อยลงเรื่อยๆ จากปัญหาระดับน้ำในแม่น้ำโขงที่ผันผวนอันเกิดมาจากทั้งเขื่อนแม่น้ำโขงของจีนที่ต้นน้ำ ที่กักและปล่อยน้ำจนทำให้ระดับน้ำไม่เป็นไปตามธรรมชาติ รวมไปถึงปรากฏการณ์เอลนิโญ่อันมีสาเหตุมาจากสถานการณ์การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่ทำให้หน้าแล้งน้ำในแม่น้ำโขงลดลง และราคารับซื้อไฟฟ้าจากเขื่อนใหม่แพงมากขึ้น […]

ต้นทุนการผลิตไฟฟ้าของ SMR อาจสูงถึง 13.54 บาทต่อหน่วย โดยเงินลงทุนที่ประเมินไว้ในร่างแผน PDP2026 ที่ 202,164 บาท/kW อาจจะต่ำเกินจริงถึง 2-3 เท่า

โพสต์ที่เกี่ยวข้อง

โรงไฟฟ้าที่อาจจะได้รับการต่ออายุ เพื่อรองรับการใช้ไฟของ Data Center 

ความต้องการใช้ไฟฟ้าสูงสุดในร่างแผน PDP2026 อยู่ที่ 79,696 เมกะวัตต์ (กรณี BASE-High) โดยมีกำลังการผลิตรวมอยู่ระหว่าง

ข้อสังเกตต่อร่างแผน PDP2026: ประเด็น Net Zero

ร่างแผน PDP2026 จะเป็นแผนการเปลี่ยนผ่านพลังงานไฟฟ้าสู่ Net Zero ได้จริงไหม หรือเป็นเพียงการเปลี่ยนผ่านจากโรงไฟฟ้าก๊าซเก่าไปสู่โรงไฟฟ้าก๊าซใหม่ ที่ยังทำให้ประเทศไทยอยู่กับพลังงานจากฟอสซิลไปอย่างยาวนานเช่นเดิม

ข้อสังเกตต่อร่างแผน PDP2026: ประเด็นค่าไฟเฉลี่ยตลอดแผน

ค่าไฟเฉลี่ย 3.8364 บาท/หน่วย ตลอดแผน ที่อาจจะไม่เป็นจริง เพราะต้นทุน SMR / CCS ที่คลาดเคลื่อน ไม่มีต้นทุนเทคโนโลยีใหม่ ไม่มีราคา Carbon Tax และยังไม่รวมความผันผวนจากการที่ยังต้องพึ่งพิงการนำเข้าก๊าซ

ข้อสังเกตต่อร่างแผน PDP2026: ประเด็นเทคโนโลยีการดักจับและกักเก็บคาร์บอน (CCS)

ต้นทุนเทคโนโลยีการดักจับและกักเก็บคาร์บอน (CCS) 135 USD/tCO2 ในร่างแผน PDP2026 อาจต่ำกว่าความเป็นจริง ซึ่งจะส่งผลให้ราคาค่าไฟเฉลี่ยแพงกว่าที่ประเมินไว้