12 ข้อสังเกตต่อร่างแผน PDP2026

จากงานรับฟังความคิดเห็นต่อร่างแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าของประเทศไทย พ.ศ. 2569-2593 หรือแผน PDP 2026 ที่จัดขึ้นในวันที่ 8 กันยายน 2569 และการเปิดรับฟังร่างแผน PDP2026 ผ่าน Google Form จนถึงวันที่ 15 ก.ย. 69 ที่ผ่านมา เพื่อจัดทำแผนพัฒนากําลังผลิตไฟฟ้าฉบับใหม่ของประเทศ โดยคาดว่าจะแก้ไขและนำเสนอต่อคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ (กพช.) ภายในเดือนตุลาคมนี้

JustPow จึงได้จัดทำ 12 ข้อสังเกตต่อร่างแผน PDP2026 ตั้งแต่ประเด็นเรื่องการพยากรณ์ความต้องการใช้ไฟฟ้า ไปจนถึงการวางแผนกำลังการผลิตใหม่ โดยเฉพาะในช่วง 12 ปีแรก การพึ่งพาเทคโนโลยีใหม่อย่างโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ขนาดเล็ก (SMR) และการดักจับและกักเก็บคาร์บอน (CCS) ทั้งในประเด็นการวางแผนที่อาจก่อให้เกิด Fossil Lock-In การประเมินต้นทุนที่ต่ำเกินไปจนอาจทำให้ค่าไฟเฉลี่ยที่ประเมินไว้เพิ่มสูงขึ้นในอนาคต ที่สำคัญก็คือเป้าหมายการเปลี่ยนผ่านพลังงานไปสู่ Net Zero ในปี 2050 ที่อาจจะไม่ประสบความสำเร็จจากร่างแผน PDP2026 นี้

Loader Loading…
EAD Logo Taking too long?

Reload Reload document
| Open Open in new tab

ดาวน์โหลด [8.77 MB]

โพสต์ที่เกี่ยวข้อง

เทคโนโลยีดักจับและกักเก็บคาร์บอน (CCS) คืออะไร ต้นทุนที่แท้จริงจะสูงกว่า 4,590 บาท/ตันคาร์บอน หรือ 135 USD/ton CO2 ในร่างแผน PDP2026 ไหม

ในร่างแผน PDP2026 ระบุว่า จะมีการใช้เทคโนโลยีดักจับและกักเก็บคาร์บอน (Carbon Capture and Storage)

โรงไฟฟ้าที่อาจจะได้รับการต่ออายุ เพื่อรองรับการใช้ไฟของ Data Center 

ความต้องการใช้ไฟฟ้าสูงสุดในร่างแผน PDP2026 อยู่ที่ 79,696 เมกะวัตต์ (กรณี BASE-High) โดยมีกำลังการผลิตรวมอยู่ระหว่าง

ข้อสังเกตต่อร่างแผน PDP2026: ประเด็น Net Zero

ร่างแผน PDP2026 จะเป็นแผนการเปลี่ยนผ่านพลังงานไฟฟ้าสู่ Net Zero ได้จริงไหม หรือเป็นเพียงการเปลี่ยนผ่านจากโรงไฟฟ้าก๊าซเก่าไปสู่โรงไฟฟ้าก๊าซใหม่ ที่ยังทำให้ประเทศไทยอยู่กับพลังงานจากฟอสซิลไปอย่างยาวนานเช่นเดิม

ข้อสังเกตต่อร่างแผน PDP2026: ประเด็นค่าไฟเฉลี่ยตลอดแผน

ค่าไฟเฉลี่ย 3.8364 บาท/หน่วย ตลอดแผน ที่อาจจะไม่เป็นจริง เพราะต้นทุน SMR / CCS ที่คลาดเคลื่อน ไม่มีต้นทุนเทคโนโลยีใหม่ ไม่มีราคา Carbon Tax และยังไม่รวมความผันผวนจากการที่ยังต้องพึ่งพิงการนำเข้าก๊าซ