
ข้อมูลจากร่างแผน PDP2026 มีการประเมินต้นทุนเทคโนโลยีการดักจับและกักเก็บคาร์บอน (CCS) ไว้ที่ประมาณ 135 ดอลลาร์สหรัฐต่อตันคาร์บอน (4,590 บาท/ตันคาร์บอน) อย่างไรก็ตาม ไม่มีคำอธิบายว่า ต้นทุนราคา 135 ดอลลาร์สหรัฐต่อตันคาร์บอน คำนวณจากปัจจัยใดบ้าง ทั้งที่การคำนวณต้นทุน CCS เกี่ยวข้องกับองค์ประกอบมากมาย ทั้งปัจจัยด้านโรงไฟฟ้า/แหล่งกำเนิด ซึ่งจะเป็นตัวกำหนดปริมาณและความเข้มข้นของก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ เช่น โรงไฟฟ้าพลังงานความร้อนร่วมที่ใช้ก๊าซธรรมชาติ กับโรงไฟฟ้าถ่านหิน มีความเข้มข้นในการปล่อยก๊าซต่างกัน ซึ่งจะส่งผลต่อต้นทุน CCS และต้นทุนราคาค่าไฟฟ้า
JustPow จำลองการคำนวณต้นทุน CCS โดยตั้งต้นจากเป้าหมาย ปริมาณก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ที่ต้องการดักจับทั้งหมด 10 ตันคาร์บอน/ปี ตามร่างแผน PDP2026 และใช้อัตราการดักจับที่โรงไฟฟ้า 90% ซึ่งเป็นอัตราการดักจับได้ตามเทคโนโลยีปัจจุบัน โดยใช้ค่าอ้างอิงจากงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง ทั้งนี้คำนวณโดยไม่มีข้อมูลเกี่ยวกับต้นทุนการขนส่งเนื่องจากไม่มีข้อมูลเกี่ยวกับโรงไฟฟ้าที่จะติดตั้งระบบ CCS จึงจะใช้ค่าเฉลี่ยที่ปรับตัวเลขโดยเทียบให้ท่อยาว 50 กม. มีต้นทุน 2 เหรียญสหรัฐ/ตัน ตามข้อมูล IEA เหมาะสำหรับท่อขนาดใหญ่สายหลัก และอัตราส่วนต้นทุนก่อสร้างนอกชายฝั่งเทียบกับบนบกตามมาตรฐานทั่วไป โดยมีสมมติฐานว่าสัดส่วนของแหล่งดักจับคาร์บอนเป็นโรงไฟฟ้าที่ใช้ก๊าซธรรมชาติ 70% และถ่านหิน 30% ด้วยสัดส่วนนี้จึงจะได้ต้นทุนเฉลี่ยต่อตันของก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ที่ดักจับได้อยู่ที่ 135.4 ดอลลาร์สหรัฐต่อตันคาร์บอน โดยต้นทุนรวมของโครงการทั้งหมดในแต่ละปีเท่ากับ 1,354.2 ล้านเหรียญสหรัฐ/ปี ซึ่งในกรณีที่สัดส่วนเชื้อเพลิงต่างออกไป และระยะทางขนส่งก๊าซไกลกว่าก็จะไม่ได้ผลลัพธ์นี้
แต่เมื่อทดลองคำนวณต้นทุนโดยใช้โรงไฟฟ้ากัลฟ์ เอสอาร์ซี หน่วยที่ 1 ที่มีกำลังการผลิต 625 เมกะวัตต์ x 4 หน่วย เริ่มเดินเครื่องเชิงพาณิชย์ในปี 2564 เป็นตัวอ้างอิง ภายใต้สมมติฐานว่า Capacity Factor อยู่ที่ 70% เนื่องจากเป็นโรงไฟฟ้าใหม่ที่มีขนาดใหญ่ ตั้งอยู่ภายในโครงการ CCS Hub อีอีซี อำเภอศรีราชา จังหวัดชลบุรี ซึ่งเคยมีการศึกษาโดยบริษัท ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม มาก่อน ช่วงอายุการใช้งานของโรงไฟฟ้ายังสอดคล้องกับรายงานของ BloombergNEF ที่ระบุว่าการติดตั้ง CCS มักเกิดขึ้นในปีที่ 10 หรือ 15 ของอายุโรงไฟฟ้า ซึ่งส่งผลต่อต้นทุนทางเทคโนโลยี นอกจากนี้ยังเป็นโรงไฟฟ้าที่มีข้อมูลเปิดเผยต่อสาธารณะค่อนข้างมาก ทั้งรุ่นกังหันที่ใช้ กำลังการผลิต และสัญญาซื้อขายไฟฟ้า
จากการวิเคราะห์โดยคำนวณแยกเป็น 3 ระดับตามประมาณการราคาก๊าซ ในกรณีต่ำ (สงครามในตะวันออกกลางจบและผู้ผลิตน้ำมันสามารถขยายกำลังการผลิตก๊าซในตามการคาดการณ์ของ IEA) กรณีปัจจุบัน (ราคา pool gas ปัจจุบัน) และกรณีสูง (ราคาก๊าซที่เคยสูงสุดในช่วงสงครามรัสเซีย-ยูเครน) พบว่า
- กรณีต่ำ การติดตั้ง CCS ระยะเวลา 11 ปีตามร่างแผน PDP2026 ต้นทุน CCS จะอยู่ที่ USD 198USD/tCO2 และหากติดตั้ง 25 ปีตามอายุการใช้งานของโรงไฟฟ้า ต้นทุน CCS จะอยู่ที่ 163USD/tCO2
- กรณีฐาน การติดตั้ง CCS ระยะเวลา 11 ปีตามร่างแผน PDP2026 ต้นทุน CCS จะอยู่ที่ USD 208USD/tCO2 และหากติดตั้ง 25 ปีตามอายุการใช้งานของโรงไฟฟ้า ต้นทุน CCS จะอยู่ที่ 173USD/tCO2
- กรณีสูง การติดตั้ง CCS ระยะเวลา 11 ปีตามร่างแผน PDP2026 ต้นทุน CCS จะอยู่ที่ USD 225USD/tCO2 และหากติดตั้ง 25 ปีตามอายุการใช้งานของโรงไฟฟ้า ต้นทุน CCS จะอยู่ที่ 190USD/tCO2
จะเห็นว่า ทุกกรณีก็จะมีต้นทุนมากกว่าตัวเลขที่เสนอในร่างแผน PDP2026 ที่ 135 USD/tCO2 ดังนั้น การที่ร่างแผน PDP2026 ประเเมินราคาต้นทุนเทคโนโลยีการดักจับและกักเก็บคาร์บอน (CCS) ไว้เพียง 135 USD/tCO2 จะส่งผลให้ราคาค่าไฟเฉลี่ยแพงกว่าที่ประเมินไว้
บทความยอดนิยม




