
ข้อมูลจากร่างแผน PDP2026 พบว่าโรงไฟฟ้าจากขยะถูกจัดให้เป็นพลังงานหมุนเวียน อยู่กลุ่มเดียวกับชีวมวล ก๊าซชีวภาพ พลังงานความร้อนใต้พิภพ พลังงานแสงอาทิตย์ ลม ในช่วง 12 ปีแรกของแผนฯ ระหว่างปี 2569-2580 จะมีโรงไฟฟ้าพลังงานขยะชุมชนและขยะอุตสาหกรรมเข้าใหม่ ซึ่งเป็นกําลังผลิตที่มีข้อผูกพัน (Committed Capacity) 344 เมกะวัตต์ นอกจากนี้ยังมีแผนเพิ่มโรงไฟฟ้าขยะชุมชนที่เป็นโรงไฟฟ้าขนาดเล็กมาก (VSPP) อีกในแผน PDP2026 ใหม่อีก 779 เมกะวัตต์ ตลอดแผน (ปี 2569-2593)
ตั้งแต่ปี 2558 เป็นต้นมา ประชาชนที่อยู่อาศัยในบริเวณที่มีโครงการโรงไฟฟ้าขยะแสดงความไม่เห็นด้วย การชุมนุมคัดค้านอยู่หลายพื้นที่ทั่วประเทศ จากการรวบรวมของมูลนิธิบูรณะนิเวศพบว่า ระหว่างปี 2559-2565 มีการคัดค้านโรงไฟฟ้าขยะ 21 กรณี ประเด็นที่คัดค้านมีหลายประเด็น ดังนี้
- ความไม่เหมาะสมของพื้นที่ตั้ง หลายโครงการตั้งอยู่ใกล้กับพื้นที่ชุมชน พื้นที่เกษตรกรรม ระบบนิเวศป่าชายเลน แหล่งน้ำ โรงเรียน โรงพยาบาล หรือโบราณสถาน โดยบางกรณีก่อสร้างห่างจากชุมชนเพียง 500 เมตร
- กลิ่นเหม็นรบกวนที่เกิดขึ้นจากทั้งกระบวนการเผาขยะและการจัดเก็บขยะมูลฝอยไว้ในพื้นที่ ซึ่งในบางกรณีโรงไฟฟ้าได้รับขยะที่มีความชื้นสูงเกินกว่าจะนำเข้าเตาเผาได้ทันที จึงต้องนำมา “ผึ่ง” เพื่อลดความชื้น ส่งผลให้เกิดกลิ่นเหม็นส่งกลิ่นรบกวนชุมชนรอบข้าง
- มลพิษทางอากาศและฝุ่นควัน กระบวนการเผาขยะก่อให้เกิดปัญหาฝุ่นควันและควันที่กระทบต่อสุขภาพและวิถีชีวิตของประชาชนในพื้นที่
- ขาดการมีส่วนร่วมของประชาชน การจัดประชาพิจารณ์รับฟังความคิดเห็นไม่มีความชอบธรรม ประชาชนไม่ได้ข้อมูลล่วงหน้าว่าจะมีการก่อสร้างโรงไฟฟ้าขยะ
- การคุกคามและกีดกันผู้คัดค้าน ในบางพื้นที่เมื่อประชาชนออกมาคัดค้านถูกผู้มีอิทธิพลข่มขู่
- การยกเว้นไม่ต้องทำรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) ตามคำสั่ง คสช. และประกาศกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมให้ยกเว้นสำหรับโรงไฟฟ้าขยะที่ไม่ถึง 10 เมกะวัตต์
เฉพาะปี 2566-2569 มีการชุมนุมอย่างน้อย 10 ครั้ง ส่วนหนึ่งเป็นการชุมนุมยืดเยื้อหลายครั้ง ตัวอย่างเช่น การคัดค้านโครงการโรงไฟฟ้าขยะ อบต.ป่าหุ่ง อ.พาน จ. เชียงราย โดยชาวบ้านบริเวณโดยรอบทั้งอ.เทิงและอ.พานเรียกร้องให้ยุติโครงการ หรือต้องจัดรับฟังความคิดเห็นใหม่ที่ประชาชนต้องมีส่วนร่วมอย่างแท้จริง หรือโรงไฟฟ้าขยะ อบต. หนองสาหร่าย ซึ่งมีประชาชนจาก 5 อำเภอยื่นรายชื่อ 4,500 รายชื่อต่อ กกพ. คัดค้านการสร้างโรงไฟฟ้าในพื้นที่ ซึ่งที่ผ่านมาผู้ประกอบการปกปิดข้อเท็จจริงต่อผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย
ขณะเดียวกันการขยายตัวของโรงไฟฟ้าขยะมากขึ้นเรื่อยๆ โดยเฉพาะโรงไฟฟ้าขยะอุตสาหกรรม อาจก่อให้เกิดปัญหาการนำเข้าขยะจากต่างประเทศอีกด้วย เพราะความต้องการวัตถุดิบขยะสูงเกินกว่าที่มีในประเทศ ปัจจุบันไทยเองก็กำลังเผชิญปัญหาการนำเข้าเชื้อเพลิงขยะจากต่างประเทศ อันเป็นผลมาจากความหละหลวมของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและกฎหมายที่ชัดเจน
ในร่างแผน PDP2026 มีกำลังการผลิตที่มีข้อผูกพัน 344 เมกะวัตต์ และกำลังการผลิตใหม่จากโรงไฟฟ้าขยะ 779 เมกะวัตต์ อาจเทียบเท่ากับโรงไฟฟ้าขนาดเล็กมาก (VSPP) 9.9 เมกะวัตต์ อย่างน้อยประมาณ 113 แห่งที่จะกระจายตัวไปทั่วประเทศ ขณะที่ข้อมูลจากอดีตจนถึงปัจจุบันแสดงให้เห็นแล้วว่า การพึ่งพาไฟฟ้าจากขยะอาจไม่ใช่แนวทางที่มีประสิทธิภาพ ทั้งการที่ไม่สามารถพิสูจน์ให้ประชาชนเชื่อได้ว่า กระบวนการดำเนินการโปร่งใสและแนวทางการควบคุมมลพิษ ไม่ส่งกระทบต่อผู้คนและสิ่งแวดล้อมจะเป็นไปได้จริง
บทความยอดนิยม



