ข้อสังเกตต่อร่างแผน PDP2026: ประเด็นการเปิดรับฟังความคิดเห็นและการเปิดเผยไทม์ไลน์ของโรงไฟฟ้า

จากเอกสารประกอบการสัมมนารับฟังความคิดเห็นร่างแผน PDP2026 เมื่อนำไปเปรียบเทียบกับเอกสารประกอบการสัมมนารับฟังความคิดเห็นร่างแผน PDP2024 จะพบว่ามีชุดข้อมูลสำคัญที่ควรจะเปิดเผยต่อสาธารณะที่เคยปรากฏในร่างแผน PDP2024 แต่กลับไม่ปรากฏในร่างแผน PDP2026 ซึ่งก็คือ ไทม์ไลน์การเข้าระบบของโรงไฟฟ้าใหม่ประเภทต่างๆ ตลอดทั้งแผน ว่าโรงไฟฟ้าประเภทใด มีกำลังการผลิตเท่าไหร่ จะจ่ายไฟเข้าระบบเมื่อไหร่ และตั้งอยู่ที่ไหน 

โดยในร่างแผน PDP2024 ปรากฏข้อมูลสำคัญชุดนี้ในเอกสารหน้า 46 ซึ่งแสดงให้เห็นไทม์ไลน์ตั้งแต่ปี 2571-2580 ว่าในแต่ละปีจะมีโรงไฟฟ้าประเภทใดกำลังการผลิตเท่าไหร่เข้าสู่ระบบบ้าง ในขณะที่อีกแกนหนึ่งก็จะแสดงให้เห็นถึงพื้นที่เป็นรายภูมิภาคว่าโรงไฟฟ้าประเภทนั้นๆ จะตั้งอยู่ในภูมิภาคใด รวมไปถึงการซื้อไฟจากต่างประเทศ (เขื่อนในลาว) พลังน้ำสูบกลับภายในประเทศ และระบบกักเก็บพลังงานด้วยแบตเตอรี่ (BESS)

แต่ในเอกสารประกอบการสัมมนารับฟังความคิดเห็นร่างแผน PDP2026 กลับไม่มีการนำเสนอข้อมูลชุดนี้ มีเพียงแค่การนำเสนอข้อมูลกำลังการผลิตไฟฟ้าใหม่ประเภทต่างๆ ว่ามีกำลังการผลิตในแผนแต่ละช่วงเท่าไร แต่ไม่มีไทม์ไลน์การจ่ายไฟเข้าสู่ระบบและพื้นที่ตั้งของโรงไฟฟ้าประเภทต่างๆ ดังเช่นที่เคยมีในเอกสารประกอบการสัมมนารับฟังความคิดเห็นร่างแผน PDP2024 ซึ่งถือเป็นข้อมูลสำคัญที่ประชาชนในแต่ละพื้นที่ควรจะได้รับรู้ก่อนจะเปิดรับฟังความคิดเห็นว่าในอนาคตจะมีโรงไฟฟ้าประเภทใดมาตั้งในพื้นที่บ้าง 

ไม่เพียงแค่นั้นการเปิดเอกสารประกอบการสัมมนารับฟังความคิดเห็น (ร่าง) แผน PDP2026 ให้ดาวน์โหลดผ่านเพจ EPPO THAILAND ในวันที่ 2 ก.ย. 69 ก่อนหน้าการจัดงานเพียง 6 วัน กระบวนการเปิดรับฟังความคิดเห็นของร่างแผน PDP2026 ที่ผ่านมา ก็เต็มไปด้วยความยุ่งยากซับซ้อนในการที่ประชาชนจะเข้าไปมีส่วนร่วมได้ ตั้งแต่การประชาสัมพันธ์งานเพื่อเปิดให้คนทั่วไปได้ร่วมลงทะเบียนเข้าร่วมงานแบบออนไซต์ ในเพจ EPPO THAILAND มีเพียงการประสัมพันธ์งาน เผยแพร่เอกสาร และเชิญร่วมติดตามผ่านทาง Facebook live ขณะที่ข้อความประชาสัมพันธ์รายละเอียดการจัดงาน รวมถึงลิงก์สำหรับลงทะเบียนเข้าร่วมงานกลับไปปรากฎที่ 1) เพจ Energy Transition News ในวันที่ 29 ส.ค. 69 ในรูปแบบคอมเม้นท์ใต้โพสต์แจ้งจัดเวทีรับฟัง  และ 2) เพจ ENERGY Guru : รู้ให้จริงเรื่องพลังงาน ในวันที่ 31 ส.ค. 69 โดยมีกำหนดลงทะเบียนภายในวันที่ 3 ก.ย. 69

อย่างไรก็ตาม กลับพบว่า ในลิงก์ลงทะเบียนมีการเปลี่ยนแปลงวันและเวลาของการเปิดลงทะเบียนครั้งแล้วครั้งเล่า เริ่มตั้งแต่วันที่ 29 ส.ค. 69 จากนั้นก็ปิดระบบแล้วให้ลงทะเบียนได้อีกครั้ง 31 ส.ค. 69 เวลา 08.30 น. จากนั้นก็แจ้งว่าปิดระบบแล้วให้ลงทะเบียนใหม่อีกครั้ง 1 ก.ย. 69 เวลา 08.30 น.จากนั้นก็แจ้งว่าปิดระบบแล้วให้ลงทะเบียนใหม่อีกครั้ง 1 ก.ย. 69 เวลา 13.30 น. ฯลฯ จนสุดท้ายแล้ว ประชาชนที่ติดตามความเคลื่อนไหวร่างแผน PDP2026 ก็ไม่สามารถลงทะเบียนเพื่อร่วมงานได้ 

สุดท้ายกระบวนการเปิดรับฟังร่างแผน PDP2026 จึงเหลือเพียงงานสัมมนารับฟังความคิดเห็นต่อร่างแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าของประเทศไทย พ.ศ. 2569-2593 ที่จัดขึ้นในวันที่ 8 ก.ย. 69 เวลา 09.00-14.30 น. ณ ห้องแกรนด์บอลรูม โรงแรมรามาการ์เด้นส์ กรุงเทพฯ เพียง 1 วัน ซึ่งมีการถ่ายทอดสดผ่านเฟซบุ๊ก EPPO THAILAND ร่วมด้วย และหลังจากนั้นก็ให้ประชาชนทั้งประเทศให้ความคิดเห็นผ่าน Google Form อีก 7 วันจนถึงวันที่ 15 ก.ย. 69 แทน โดยไม่มีการจัดเวทีรับฟังความคิดเห็นตามภูมิภาคต่างๆ ดังที่เคยจัดใน 4 ภูมิภาคดังเช่นการเปิดรับฟังความคิดเห็นร่างแผน PDP2018 เมื่อปี 2561

จากข้อมูลทั้งหมดจะเห็นได้ว่า แม้แผน PDP จะเกี่ยวข้องกับผู้ใช้ไฟทุกคนในประเทศ ที่จะต้องแบกรับภาระผ่านบิลค่าไฟจากการพยากรณ์การใช้ไฟในอนาคตที่จะนำมาซึ่งการสร้างโรงไฟฟ้าประเภทต่างๆ แต่กระบวนการที่เกิดขึ้นจะเห็นว่าประชาชนมีส่วนร่วมได้น้อยมากในกระบวนการตัดสินใจ ประชาชนแทบไม่มีบทบาทใดๆ ตั้งแต่การทำแผนไปจนถึงขั้นการรับฟังแผน ทั้งๆ ที่แผน PDP ส่งผลกระทบต่อประชาชนโดยตรง และไม่ใช่แค่วันนี้ แต่ยาวนานเป็นยี่สิบสามสิบปีจากสัมปทานโรงไฟฟ้าที่สุดท้ายแล้วอาจจะไม่ได้เดินเครื่องเลยก็ได้

บทความยอดนิยม

จากกรณีที่ เอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ออกมาเปิดเผยว่าค่าไฟที่มาจากไฟสาธารณะต่างๆ ถูกบรรจุอยู่ในบิลค่าไฟ ในส่วนของค่าไฟฐานประมาณ 10 สตางค์ จนทำให้เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์ในสังคมเป็นอย่างมาก JustPow ชวนสำรวจว่าแต่ละจังหวัดในประเทศไทยมีการใช้ไฟสาธารณะเป็นจำนวนเท่าไหร่ พร้อมลองคำนวณกลับเป็นตัวเงินจากอัตราค่าไฟในปัจจุบันดูว่า หากคิดเป็นค่าไฟ แต่ละจังหวัดมีค่าไฟจากไฟสาธารณะเท่าไหร่ต่อปี  จากข้อมูลปริมาณการใช้ไฟฟ้ารายจังหวัดสาขา ปี 2566 ของกระทรวงพลังงาน ซึ่งมีการแยกการใช้ไฟฟ้าของจังหวัดต่างๆ ออกเป็น 12 ประเภท คือ บ้านที่อยู่อาศัย, กิจการขนาดเล็ก, กิจการขนาดกลาง, กิจการขนาดใหญ่, กิจการเฉพาะอย่าง, ไฟสำรอง, ไฟที่สามารถงดจ่ายไฟฟ้าได้, ไฟฟ้าสาธารณะ, ราชการ/รัฐวิสาหกิจ, การสูบน้ำ, ไฟฟ้าชั่วคราว และสถานีชาร์จรถ EV พบว่า กรุงเทพมหานคร เป็นจังหวัดที่มีการใช้ไฟสาธารณะมากที่สุด 342.1 ล้านหน่วย/ปี หรือคิดเป็น 7.69% ของการใช้ไฟสาธารณะทั้งประเทศ  รองลงมาคือชลบุรี 133.50 ล้านหน่วย/ปี หรือคิดเป็น 3% นครปฐม 132.89 ล้านหน่วย/ปี หรือคิดเป็น 2.99% […]

ความต้องการไฟของดาต้าเซ็นเตอร์ อาจทำให้เกิดการต่ออายุสัญญาโรงไฟฟ้าก๊าซที่เพิ่งจะออกจากระบบ เสี่ยงให้เกิดกับดัก Fossil/Gas Lock-In ที่ทำให้ไทยต้องพึ่งพาการใช้/นำเข้าก๊าซเพิ่มมากขึ้น

ในช่วงต้นปี 2568 รัฐบาลเดินหน้าลดภาระค่าครองชีพของประชาชนผ่านมาตรการปรับลดค่าไฟฟ้า โดยคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) ได้มีมติปรับค่าไฟฟ้าเรียกเก็บสำหรับรอบเดือนมกราคม – เมษายน 2568 อยู่ที่ 4.15 บาท/หน่วย ลดลงจากงวดก่อนหน้า 3 สตางค์/หน่วย โดยยืดการจ่ายหนี้ค่าไฟฟ้าและค่าก๊าซฯ ของ กฟผ. และ ปตท. ที่สะสมอยู่จำนวน 85,226 ล้านบาท ออกไปก่อน ความพยายามที่จะลดค่าไฟฟ้าถือเป็นสิ่งที่รัฐบาลเพื่อไทยเน้นย้ำที่จะช่วยเหลือค่าครองชีพของประชาชน โดยอดีตนายกรัฐมนตรี ทักษิณ ชินวัตร ได้ขึ้นเวทีปราศรัยในฐานะผู้ช่วยหาเสียของผู้สมัครรับเลือกตั้งนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) เชียงราย พรรคเพื่อไทย เมื่อวันที่ 5 มกราคม 2568  ประกาศถึงความตั้งใจที่จะลดค่าไฟฟ้าให้อยู่ที่ 3.70 บาท/หน่วยให้ได้  เพื่อตอบรับนโยบายลดค่าไฟฟ้านี้ ในวันที่ 15 มกราคม 2568 ที่ประชุม กกพ. ได้มีมติเสนอคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ (กพช.) ที่มีนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน ให้ทบทวน และปรับปรุงต้นทุนค่าไฟฟ้าในส่วนค่าใช้จ่ายตามนโยบายรัฐ (Policy Expense) ซึ่งประกอบด้วย โครงการอุดหนุนส่วนต่างต้นทุน […]

ในยุคที่เรียกกันติดปากว่า “ของแพง ค่าแรงถูก” ปัญหาหนักอกของคนไทยทั้งประเทศก็คือ สินค้า และบริการที่กำลังขึ้นราคานั้นหลายชนิดไม่ใช่ของหรูหราราคาแพงที่นานๆ เราจะซื้อที แต่เป็นของที่เราจำเป็นต้องใช้ในชีวิตประจำวัน ไม่ว่าจะเป็น ค่าน้ำมัน ค่าเดินทาง ค่าอาหาร ไม่เว้นแม้แต่ “ค่าไฟฟ้า” สาธารณูปโภคพื้นฐานที่ขาดไม่ได้ในวิถีชีวิตสมัยใหม่

ความเป็นมาของโครงการรับซื้อไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียน และทำไมจึงมีถึงสองรอบ? โครงการรับซื้อไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนในรูปแบบ Feed-in Tariff (FiT) ปี 2565 – 2573 เป็นผลพวงมาจากแผนพัฒนากำลังการผลิตไฟฟ้าของประเทศ (PDP2018) ฉบับปรับปรุงครั้งที่ 1 เพื่อเพิ่มสัดส่วนการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานสะอาดของไทยให้มากขึ้น  โดยโครงการได้ดำเนินการไปแล้ว 2 รอบ ได้แก่ โครงการรอบแรก เปิดให้รับซื้อไปเมื่อช่วงปี 2565 เป้าหมายการรับซื้อไฟฟ้ารวม 5,203 เมกะวัตต์ มีผู้ผ่านคัดเลือก 175 โครงการ ปริมาณไฟฟ้ารับซื้อจริง 4,852.26 เมกะวัตต์ ซึ่งยังต่ำกว่าเป้าหมายที่ตั้งไว้อีก 350.74 เมกะวัตต์ โดยมีการทยอยลงนามสัญญาซื้อขายไฟฟ้า (PPA) กับผู้ผ่านการคัดเลือกไปจนเกือบครบแล้ว และโครงการรอบเพิ่มเติม เปิดรับซื้อไฟฟ้าเพิ่มอีกจำนวน 3,668.5 เมกะวัตต์ ซึ่งเป็นโครงการต่อเนื่องจากรอบแรก ตามคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ (กพช.) เมื่อวันที่ 9 มีนาคม 2566 เพื่อตอบสนองความต้องการของเอกชนที่สนใจเข้าร่วมโครงการอีกจำนวนมาก โครงการรับซื้อไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนทั้งสองรอบมีปัญหาอะไร? แม้โครงการรับซื้อพลังงานหมุนเวียนที่ออกมานั้นจะดูเหมือนเป็นการตอบสนองเชิงนโยบายต่อเป้าหมายด้านพลังงานสะอาด แต่โครงการรับซื้อไฟฟ้าทั้งสองรอบกลับถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวางในด้านความโปร่งใส และถูกมองว่าอาจสร้างภาระค่าไฟให้ประชาชนต้องแบกรับไปอีกหลายสิบปี โดยมีคำถามและข้อสังเกตหลายประเด็น ได้แก่ […]

โพสต์ที่เกี่ยวข้อง

โรงไฟฟ้าที่อาจจะได้รับการต่ออายุ เพื่อรองรับการใช้ไฟของ Data Center 

ความต้องการใช้ไฟฟ้าสูงสุดในร่างแผน PDP2026 อยู่ที่ 79,696 เมกะวัตต์ (กรณี BASE-High) โดยมีกำลังการผลิตรวมอยู่ระหว่าง

ข้อสังเกตต่อร่างแผน PDP2026: ประเด็น Net Zero

ร่างแผน PDP2026 จะเป็นแผนการเปลี่ยนผ่านพลังงานไฟฟ้าสู่ Net Zero ได้จริงไหม หรือเป็นเพียงการเปลี่ยนผ่านจากโรงไฟฟ้าก๊าซเก่าไปสู่โรงไฟฟ้าก๊าซใหม่ ที่ยังทำให้ประเทศไทยอยู่กับพลังงานจากฟอสซิลไปอย่างยาวนานเช่นเดิม

ข้อสังเกตต่อร่างแผน PDP2026: ประเด็นค่าไฟเฉลี่ยตลอดแผน

ค่าไฟเฉลี่ย 3.8364 บาท/หน่วย ตลอดแผน ที่อาจจะไม่เป็นจริง เพราะต้นทุน SMR / CCS ที่คลาดเคลื่อน ไม่มีต้นทุนเทคโนโลยีใหม่ ไม่มีราคา Carbon Tax และยังไม่รวมความผันผวนจากการที่ยังต้องพึ่งพิงการนำเข้าก๊าซ

ข้อสังเกตต่อร่างแผน PDP2026: ประเด็นเทคโนโลยีการดักจับและกักเก็บคาร์บอน (CCS)

ต้นทุนเทคโนโลยีการดักจับและกักเก็บคาร์บอน (CCS) 135 USD/tCO2 ในร่างแผน PDP2026 อาจต่ำกว่าความเป็นจริง ซึ่งจะส่งผลให้ราคาค่าไฟเฉลี่ยแพงกว่าที่ประเมินไว้