ประเทศไทยใช้ไฟสาธารณะเท่าไหร่ : สำรวจปริมาณการใช้ไฟสาธารณะในแต่ละจังหวัด พร้อมลองคำนวณกลับเป็นตัวเงินว่าต้องจ่ายเท่าไหร่

จากกรณีที่ เอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ออกมาเปิดเผยว่าค่าไฟที่มาจากไฟสาธารณะต่างๆ ถูกบรรจุอยู่ในบิลค่าไฟ ในส่วนของค่าไฟฐานประมาณ 10 สตางค์ จนทำให้เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์ในสังคมเป็นอย่างมาก JustPow ชวนสำรวจว่าแต่ละจังหวัดในประเทศไทยมีการใช้ไฟสาธารณะเป็นจำนวนเท่าไหร่ พร้อมลองคำนวณกลับเป็นตัวเงินจากอัตราค่าไฟในปัจจุบันดูว่า หากคิดเป็นค่าไฟ แต่ละจังหวัดมีค่าไฟจากไฟสาธารณะเท่าไหร่ต่อปี 

จากข้อมูลปริมาณการใช้ไฟฟ้ารายจังหวัดสาขา ปี 2566 ของกระทรวงพลังงาน ซึ่งมีการแยกการใช้ไฟฟ้าของจังหวัดต่างๆ ออกเป็น 12 ประเภท คือ บ้านที่อยู่อาศัย, กิจการขนาดเล็ก, กิจการขนาดกลาง, กิจการขนาดใหญ่, กิจการเฉพาะอย่าง, ไฟสำรอง, ไฟที่สามารถงดจ่ายไฟฟ้าได้, ไฟฟ้าสาธารณะ, ราชการ/รัฐวิสาหกิจ, การสูบน้ำ, ไฟฟ้าชั่วคราว และสถานีชาร์จรถ EV พบว่า กรุงเทพมหานคร เป็นจังหวัดที่มีการใช้ไฟสาธารณะมากที่สุด 342.1 ล้านหน่วย/ปี หรือคิดเป็น 7.69% ของการใช้ไฟสาธารณะทั้งประเทศ 

รองลงมาคือชลบุรี 133.50 ล้านหน่วย/ปี หรือคิดเป็น 3% นครปฐม 132.89 ล้านหน่วย/ปี หรือคิดเป็น 2.99% นครราชสีมา 117.27 ล้านหน่วย/ปี หรือคิดเป็น 2.64% อุดรธานี 99.21 ล้านหน่วย/ปี หรือคิดเป็น 2.23% 

จาก 5 อันดับแรกของจังหวัดที่ใช้ไฟสาธารณะมากที่สุดจะพบว่า ปริมาณการใช้ไฟไม่ได้ขึ้นอยู่กับขนาดของจังหวัดเพียงเท่านั้น แต่ตัวแปรสำคัญ คือ ขนาดเศรษฐกิจ เพราะจังหวัดใน 5 อันดับแรกล้วนเป็นจังหวัดหัวเมืองใหญ่ที่มีขนาดเศรษฐกิจสูงกว่าจังหวัดอื่นๆ เช่นเดียวกับสมุทรสาคร ซึ่งมีการใช้ไฟสาธารณะเป็นอันดับ 7 ของประเทศ แม้จะดูเป็นจังหวัดเล็ก แต่ก็มีผลิตภัณฑ์มวลรวมจังหวัด (GPP) สูงเป็นอันดับ 6 ของประเทศเลยทีเดียว

ในส่วนของจังหวัดที่ใช้ไฟสาธารณะน้อยที่สุด พบว่า แม่ฮ่องสอนเป็นจังหวัดที่ใช้ไฟสาธารณะน้อยที่สุดในประเทศ เพียง 8.66 ล้านหน่วย/ปี หรือคิดเป็น 0.19% ของการใช้ไฟสาธารณะทั้งประเทศ ในขณะเดียวกันแม่ฮ่องสอนก็เป็นจังหวัดที่ภาคส่วนอื่นๆ ทั้งภาคครัวเรือน และกิจการต่างๆ ใช้ไฟน้อยที่สุดในประเทศเช่นเดียวกัน 

รองลงมาก็คือระนอง 17.69 ล้านหน่วย/ปี หรือคิดเป็น 0.40% สมุทรสงคราม 17.88 ล้านหน่วย/ปี หรือคิดเป็น 0.40% ตราด 18.04 ล้านหน่วย/ปี หรือคิดเป็น 0.41% อำนาจเจริญ 18.96 ล้านหน่วย/ปี หรือคิดเป็น 0.43%

ใน 5 อันดับสุดท้ายของจังหวัดที่ใช้ไฟสาธารณะน้อยที่สุดในประเทศ จะพบว่าส่วนใหญ่เป็นจังหวัดขนาดเล็กและมีขนาดการเติบโตทางเศรษฐกิจไม่มากนัก แต่มี 2 จังหวัดที่น่าสนใจก็คือ ตราดและสมุทรสงคราม ที่หากพิจารณาจากผลิตภัณฑ์มวลรวมจังหวัด (GPP) จะพบว่าตราด มี GPP อยู่ในอันดับที่ 23 ของประเทศ ในขณะที่สมุทรสงครามก็มี GPP อยู่ในอันดับที่ 22 ของประเทศ

จากข้อมูลที่ปรากฏในการรายงานข่าวพบว่าค่าไฟสาธารณะนั้นตกเป็นเงินปีละ 1.9 หมื่นล้านบาท ดังนั้นหากลองคำนวณเพื่อหาว่าแต่ละจังหวัดมีค่าไฟฟ้าจากการใช้ไฟสาธารณะเท่าไร โดยอ้างอิงปริมาณการใช้ไฟสาธารณะจากข้อมูลในปี 2566 และราคาค่าไฟในปัจจุบัน ซึ่งอยู่ที่ 3.95 บาท/หน่วย จะพบว่า ค่าไฟสาธารณะเป็นเงินสูงถึง 17,567 ล้านบาทเลยทีเดียว และเมื่อดูเป็นรายจังหวัดจะพบว่า 

กรุงเทพฯ เป็นจังหวัดที่มีค่าไฟฟ้าจากไฟสาธารณะสูงที่สุด 1,351.29 ล้านบาท/ปี ซึ่งสูงกว่าอันดับสองเกือบ 3 เท่า โดยอันดับสองคือ ชลบุรี 527.33 ล้านบาท/ปี นครปฐม 524.92 ล้านบาท/ปี นครราชสีมา 463.22  ล้านบาท/ อุดรธานี 391.88 ล้านบาท/ปี

ส่วนจังหวัดที่มีค่าไฟฟ้าจากไฟสาธารณะสูงที่สุด คือ แม่ฮ่องสอน 34.19 ล้านบาท/ปี รองลงมาก็คือระนอง 69.89 ล้านบาท/ปี สมุทรสงคราม 70.62 ล้านบาท/ปี ตราด 71.26 ล้านบาท/ปี อำนาจเจริญ 74.91 ล้านบาท/ปี 

นอกจากประเด็นเรื่องค่าไฟสาธารณะที่แฝงอยู่ในค่าไฟฐานของผู้ใช้ไฟทุกคน ซึ่งก่อให้เกิดข้อวิพากษ์วิจารณ์ถึงโครงสร้างค่าไฟว่าควรจะมีการจัดการเช่นในอนาคต โดยเฉพาะในส่วนค่าไฟสาธารณะ ซึ่ง เอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานให้ข้อมูลว่าควรจะแยกค่าไฟสาธารณะออกจากค่าไฟฐานที่เก็บจากผู้ใช้ไฟ โดยปัจจุบันมีประมาณ 10 สตางค์ ซึ่งจะทำให้ค่าไฟลดลงไปได้อีกเล็กน้อย 

อย่างไรก็ตาม อีกหนึ่งประเด็นที่สำคัญก็คือ ภาครัฐ โดยเฉพาะสำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (สำนักงาน กกพ.) ควรจะออกมาเปิดเผยข้อมูลว่าในค่าไฟฐานนั้น นอกจากค่าไฟสาธารณะที่แฝงอยู่แล้วยังประกอบไปด้วยค่าอะไรอีกบ้าง เพื่อสร้างความโปร่งใสแก่โครงสร้างค่าไฟที่มีความสลับซับซ้อนเกินกว่าที่ประชาชนทั่วไปจะเข้าใจ นอกจากนั้น การจะปรับโครงสร้างค่าไฟเพื่อให้ค่าไฟถูกลงและเป็นธรรมนั้น นอกจากค่าไฟสาธารณะ 10 สตางค์แล้ว หากภาครัฐสามารถตัดค่า Adder ออกได้ ก็จะสามารถลดค่าไฟลงไปได้อีก 17 สตางค์ รวมไปถึงค่าความพร้อมจ่าย หากสามารถตัดได้ จะทำให้ค่าไฟลดลงไปได้อีก 80 สตางค์เลยทีเดียว 

ที่มา : ข้อมูลปริมาณการใช้ไฟฟ้ารายจังหวัดสาขา ปี 2566 สำนักงานปลัดกระทรวงพลังงาน คำนวณโดย JustPow

บทความยอดนิยม

ร่างแผน PDP2026 ที่ไม่มีการซื้อไฟฟ้าจากต่างประเทศซึ่งก็คือจากเขื่อนใหม่ในลาว แล้วยังจะมีการสร้างเขื่อนสานะคาม และเขื่อนภูงอยอีกหรือไม่ จะมีการขยายความร่วมมือด้านไฟฟ้าไทย-ลาว เพิ่มขึ้นในอนาคตหรือเปล่า
ร่างแผน PDP2026 ที่ไม่สอดคล้องกับแผน NDC3.0 และอาจก่อให้เกิด Fossil Lock-In มากกว่าจะเปลี่ยนผ่านไปสู่ Net Zero โดยเฉพาะการบรรจุโรงไฟฟ้าก๊าซ 9,100 เมกะวัตต์ในช่วง 12 ปีแรกของแผน

ในการจะสร้างเขื่อนแห่งใหม่ในประเทศลาวที่จะเสนอขายไฟให้กับประเทศไทยนั้น นอกจากจะต้องได้ลงนามบันทึกความเข้าใจการรับซื้อไฟฟ้า – Tariff MOU ก่อนจะนำไปสู่การเจรจากับผู้พัฒนาโครงการเพื่อจัดทำร่างสัญญาซื้อขายไฟฟ้า (Tariff Power Purchase Agreement:

จากการที่เอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน มีแนวคิดปรับโครงสร้างค่าไฟฟ้าเพื่อลดภาระค่าครองชีพของประชาชนอันเกิดขึ้นจากสถานการณ์สงครามในตะวันออกกลางที่ส่งผลให้ต้นทุนพลังงานสูงขึ้น ซึ่งประเทศไทยเองก็เพิ่งจะมีการปรับค่าไฟเป็น 3.95 บาท/หน่วย โดยจะมีการปรับโครงสร้างค่าไฟฟ้าใหม่เป็นแบบขั้นบันไดซึ่งจะทำให้กลุ่มผู้ใช้ไฟฟ้าน้อยกว่า 200 หน่วย จ่ายค่าไฟในอัตราไม่เกิน 3 บาท/หน่วย แต่ผู้ใช้ไฟมากกว่า 400 หน่วย จะต้องจ่ายค่าไฟในอัตรา 5 บาท/หน่วย เพื่อนำมาเฉลี่ยให้กับกลุ่มที่ใช้ไฟไม่เกิน 200 หน่วย  อย่างไรก็ตามแผนการปรับโครงสร้างค่าไฟฟ้าใหม่เป็นแบบขั้นบันไดก็ได้รับการวิพากษ์วิจารณ์อย่างมากถึงความไม่ยุติธรรมที่เกิดขึ้น จนเมื่อวันที่ 16 มิ.ย. 69 รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานก็ได้มีการสั่งทบทวนการปรับโครงสร้างค่าไฟฟ้าใหม่เป็นแบบขั้นบันได ต่อมาในวันที่ 17 มิ.ย. 69 ก็ได้นำเสนอแนวคิดในการใช้รายได้หรือกำไรจากการดำเนินงานของการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) มาช่วยชดเชยค่าไฟฟ้าล่วงหน้าให้กับกลุ่มผู้ใช้ไฟฟ้าบ้านอยู่อาศัยที่ใช้ไฟไม่เกิน 200 หน่วยแรก โดยจะเป็นการสำรองจ่ายไปก่อน และเมื่อรัฐบาลสามารถจัดการรายได้จากกลุ่ม Data Center หรือลดต้นทุนจากสัญญาแอดเดอร์ได้แล้ว จึงจะนำเงินส่วนนั้นมาคืนให้กฟผ. อย่างไรก็ตาม การดำเนินการตามแนวคิดดังกล่าวจะต้องได้รับความเห็นชอบจากมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) และต้องไม่กระทบต่อแผนการลงทุนหลักของ กฟผ. อีกด้วย JustPow ชวนสำรวจข้อมูลว่ากระทรวงพลังงานจะต้องใช้เงินจาก กฟผ. เท่าไร เพื่อมาชดเชยค่าไฟฟ้าให้กับกลุ่มผู้ใช้ไฟฟ้าบ้านอยู่อาศัยที่ใช้ไฟไม่เกิน 200 […]

สำรวจและทำความเข้าใจความหมายเบื้องต้นของความมั่นคงทางพลังงาน รวมถึงประเทศไทยมีจุดยืนเป็นอย่างไรในเรื่องความมั่นคงทางพลังงาน

โพสต์ที่เกี่ยวข้อง

เงิน Claw Back 1.6 หมื่นล้านบาท ที่จะเอามาพยุงค่าไฟงวดเดือน ก.ย.-ธ.ค. 69  คืออะไร เอามาจากไหน 

จากการที่ คณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) เปิดรับฟังความเห็นค่าไฟฟ้างวดเดือน ก.ย.-ธ.ค. 2569 ระหว่าง 13-20

หน่วยงานรัฐไทยจ่ายค่าไฟปีละกว่า 1 หมื่นล้านบาท 

จากกรณีค่าไฟสาธารณะ ที่ถูกนำมาเฉลี่ยเก็บจากบิลผู้ใช้ไฟ 10 สตางค์ จนเกิดเป็นข้อถกเถียงกันอย่างมากว่า ควรจะจัดการอย่างไรดี เพราะเมื่อดึงกลับไปให้หน่วยงานเจ้าของพื้นที่ที่มีไฟสาธารณะเป็นคนจ่าย ไม่ว่าจะเป็นกรมทางหลวง กรมทางหลวงชนบท หรือ อปท. สุดท้ายแล้วงบประมาณในส่วนนี้ก็มาจากภาษีประชาชน JustPow ชวนมาสำรวจ ‘ค่าไฟ’ ของหน่วยงานภาครัฐ ว่าแต่ละปีต้องจ่ายค่าไฟเท่าไหร่ หน่วยงานไหนจ่ายมาก-น้อย ที่สุด จากร่าง พ.ร.บ. งบประมาณประจำปีงบประมาณ 2570 เมื่อพิจารณาเฉพาะส่วนรายการที่เป็น ‘ค่าไฟฟ้า’ จะพบว่ามีการตั้งงบประมาณไว้ 10,951,969,600 บาท โดยหน่วยงานที่มีการตั้งงบประมาณค่าไฟฟ้ามากที่สุดก็คือ กระทรวงกลาโหม เป็นเงิน 2,378,236,400 โดยที่กองทัพบกมีค่าไฟฟ้าสูงที่สุด 1,179,393,900 บาท  อันดับสองคือ กระทรวงกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม 2,034,119,100 บาท ซึ่งเป็นเพราะกระทรวงการอุดมศึกษาฯ รับผิดชอบสถาบันการศึกษาในระดับมหาวิทยาลัย ทั้งมหาวิทยาลัยราชภัฏและมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล รวมกว่า 98 แห่งทั่วประเทศ และยังมีสถาบันอื่่นๆ อีก จึงทำให้ค่าไฟฟ้าที่สูง  อันดับสาม คือ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ 848,224,500 บาท […]

ต้องใช้เงินจาก กฟผ. เท่าไหร่ เพื่ออุ้มค่าไฟของผู้ใช้ไฟฟ้าบ้านอยู่อาศัยที่ใช้ไฟไม่เกิน 200 หน่วย เพื่อให้จ่ายเพียง 3 บาท/หน่วย 

จากการที่เอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน มีแนวคิดปรับโครงสร้างค่าไฟฟ้าเพื่อลดภาระค่าครองชีพของประชาชนอันเกิดขึ้นจากสถานการณ์สงครามในตะวันออกกลางที่ส่งผลให้ต้นทุนพลังงานสูงขึ้น ซึ่งประเทศไทยเองก็เพิ่งจะมีการปรับค่าไฟเป็น 3.95 บาท/หน่วย โดยจะมีการปรับโครงสร้างค่าไฟฟ้าใหม่เป็นแบบขั้นบันไดซึ่งจะทำให้กลุ่มผู้ใช้ไฟฟ้าน้อยกว่า 200 หน่วย จ่ายค่าไฟในอัตราไม่เกิน 3 บาท/หน่วย แต่ผู้ใช้ไฟมากกว่า 400 หน่วย จะต้องจ่ายค่าไฟในอัตรา 5 บาท/หน่วย เพื่อนำมาเฉลี่ยให้กับกลุ่มที่ใช้ไฟไม่เกิน 200 หน่วย  อย่างไรก็ตามแผนการปรับโครงสร้างค่าไฟฟ้าใหม่เป็นแบบขั้นบันไดก็ได้รับการวิพากษ์วิจารณ์อย่างมากถึงความไม่ยุติธรรมที่เกิดขึ้น จนเมื่อวันที่ 16 มิ.ย. 69 รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานก็ได้มีการสั่งทบทวนการปรับโครงสร้างค่าไฟฟ้าใหม่เป็นแบบขั้นบันได ต่อมาในวันที่ 17 มิ.ย. 69 ก็ได้นำเสนอแนวคิดในการใช้รายได้หรือกำไรจากการดำเนินงานของการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) มาช่วยชดเชยค่าไฟฟ้าล่วงหน้าให้กับกลุ่มผู้ใช้ไฟฟ้าบ้านอยู่อาศัยที่ใช้ไฟไม่เกิน 200 หน่วยแรก โดยจะเป็นการสำรองจ่ายไปก่อน และเมื่อรัฐบาลสามารถจัดการรายได้จากกลุ่ม Data Center หรือลดต้นทุนจากสัญญาแอดเดอร์ได้แล้ว จึงจะนำเงินส่วนนั้นมาคืนให้กฟผ. อย่างไรก็ตาม การดำเนินการตามแนวคิดดังกล่าวจะต้องได้รับความเห็นชอบจากมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) และต้องไม่กระทบต่อแผนการลงทุนหลักของ กฟผ. อีกด้วย JustPow ชวนสำรวจข้อมูลว่ากระทรวงพลังงานจะต้องใช้เงินจาก กฟผ. เท่าไร เพื่อมาชดเชยค่าไฟฟ้าให้กับกลุ่มผู้ใช้ไฟฟ้าบ้านอยู่อาศัยที่ใช้ไฟไม่เกิน 200 […]

18 ปี คนไทยจ่ายค่า Adder ไปแล้ว 344,996.84 ล้านบาท เฉพาะปี 2568 จ่ายไป 14,487.09 ล้านบาท

จากการที่คณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) ได้ออกมาเปิดเผยพร้อมสนับสนุนตามคำสั่งของนายกรัฐมนตรี ที่แต่งตั้งคณะกรรมการพิจารณาแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นจากการรับซื้อไฟฟ้าจากผู้ผลิตไฟฟ้าเอกชน โดยเฉพาะในประเด็นเรื่องสัญญาซื้อไฟฟ้าจากโรงไฟฟ้าในกลุ่ม Adder และ FiT