นโยบายพลังงานของแต่ละพรรคการเมืองในการเลือกตั้ง’69 มีอะไรบ้าง

ในการเลือกตั้งทุกครั้ง นโยบายพลังงานเป็นอีกหนึ่งนโยบายเด่นที่พรรคการเมืองจะต้องมี ที่เห็นเด่นชัดที่สุดก็คือ การประกาศลดอัตราคาไฟ ซึ่งในแต่ละครั้งพรรคการเมืองก็มักจะมาพร้อมตัวเลขค่าไฟใหม่เพื่อจูงใจให้ประชาชนเลือกพรรคของตน เนื่องจากปัญหา #ค่าไฟแพง เป็นหนึ่งในปัญหาที่สร้างผลกระทบให้แก่คนไทยทั้งในระดับประชาชนทั่วไป ไปจนถึงผู้ประกอบการ

แต่นโยบายพลังงานนั้นก็ไม่ได้มีเพียงแค่เรื่องค่าไฟ ประเทศไทยเพิ่งจะประกาศเป้า Net Zero ใหม่ภายในปี 2050 ซึ่งทำให้ภาคพลังงานจะต้องปรับตัว ทั้งการเพิ่มสัดส่วนพลังงานหมุนเวียน การลดการใช้ก๊าซ ไปจนถึงการปลดระวางถ่านหิน

ประเด็นเหล่านี้ล้วนแต่เป็นประเด็นสำคัญของพรรรคการเมืองในการที่จะก้าวไปสู่การบริหารประเทศภายใต้เป้าหมาย Net Zero 2050 ที่ได้ประกาศไว้แล้ว จึงน่าสนใจว่า แล้วพรรคการเมืองแต่ละพรรคมีนโยบายด้านพลังงานอะไรอีกบ้างที่จะทำให้เราไปถึงเป้าหมายนั้น

JustPow ชวนมาสำรวจนโยบายด้านพลังงานของพรรคการเมืองในการเลือกตั้งครั้งนี้ ก่อนจะไปเจอกันที่งาน “#เลือกตั้ง ’69 นโยบายพลังงานไทยสู่ Net Zero 2050” กับการจัดเต็มนโยบายด้านพลังงานทั้งจาก 9 นักวิชาการ/ผู้เชี่ยวชาญ ที่จะมานำเสนอข้อเสนอเชิงนโยบายด้านพลังงานแก่พรรคการเมือง และตัวแทนพรรคการเมืองอีก 7 พรรคที่จะมานำเสนอนโยบายพลังงานของพรรคพร้อมให้ความเห็น “เห็นชอบ” “ไม่เห็นชอบ” หรือ “ไม่แน่ใจ” แก่ข้อเสนอเชิงนโยบายด้านพลังงานจากนักวิชาการ/ผู้เชี่ยวชาญ

เวที “#เลือกตั้ง ’69 นโยบายพลังงานไทยสู่ Net Zero 2050” โดย JustPow จะขึ้นในวันที่ 16 มกราคม 2569 เวลา 13.00 น. ณ ห้องอเนกประสงค์ชั้น 1 หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร (BACC)

ผู้ที่สนใจเข้าร่วม สามารถลงทะเบียนได้ที่ https://forms.gle/QHh5FTyggvtbZC8Z7

#เลือกตั้ง69 #นโยบายพลังงาน #ค่าไฟแพง 

ข่าวยอดนิยม

เสวนา “คนอุบลเอาบ่? : น้ำท่วม เขื่อนใหม่ ค่าไฟแพง” เมื่อวันที่ 13 มี.ค. 68 เนื่องในวันปฏิบัติการเพื่อแม่น้ำสากล หรือวันหยุดเขื่อนโลก (International Day of Action for Rivers : Against Dams)
รายงานชี้ ปี 2025 ต้นทุนพลังงานแสงอาทิตย์ใหม่ในไทยจะถูกกว่าโรงไฟฟ้าก๊าซและถ่านหินอย่างชัดเจน โดยเฉลี่ยเพียง 33-75 ดอลลาร์สหรัฐ/MWh

ช่วงนี้หลายคนคงรู้สึกไม่ต่างกันว่าทำไมมันร้อนเหมือนซ้อมลงนรกได้ขนาดนี้ และแน่นอนว่าสิ่งที่ตามมาคือบิลค่าไฟที่ทะลุเดือดไม่ต่างกับอากาศ เพราะต้องเปิดแอร์ฉ่ำๆ เพื่อดับร้อน  จากรายงานของการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ระบุว่า เมื่อวันที่ 6 เม.ย. 2567 เวลา 20.54 น. เกิดการใช้ไฟฟ้าสูงสุด (พีค) อยู่ที่ 34,443.1 เมกะวัตต์ ถือเป็นการทำลายสถิติความต้องการใช้ไฟฟ้าสูงสุดของประเทศที่เคยเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 6 พฤษภาคม 2566 เวลา 21.41 น. ซึ่งเคยทำไว้ที่ 34,130.5 เมกะวัตต์ และคาดว่าในเดือนพฤษภาคมนี้ก็จะมีพีคอีกรอบ แม้ว่าจะเกิดตัวเลขการใช้ไฟฟ้าสูงสุดเป็นประวัติการณ์แล้ว แต่ก็จะไม่เกิดผลกระทบใดๆ ในระบบการไฟฟ้า เพราะตัวเลขนี้ยังห่างไกลจากกำลังการผลิตไฟฟ้าที่มีในระบบ เพราะมีการสำรองไฟฟ้าไว้สูงจนถึงขั้นล้นเกิน โดยปัจจุบันประเทศไทยมีกำลังการผลิตไฟฟ้าในระบบ อยู่ที่ 49,571.79 เมกะวัตต์ หรือคิดเป็นกำลังไฟฟ้าสำรองที่สูงถึง 43.92% ของความต้องการไฟฟ้าสูงสุด ฟังดูประเทศไทยมีความมั่นคงทางพลังงานดีสุดๆ ใช้ไฟพีคแค่ไหน ก็ยังมีไฟล้นเหลือสำรองไว้ ไม่ต้องกลัวว่าเปิดแอร์มากแค่ไหน ไฟในประเทศจะไม่พอ แต่รู้ไหมว่า ที่สำรองไว้จนล้นเกินน่ะ ใช่ว่าจะไม่มีค่าใช้จ่าย เพราะมันบวกอยู่ในบิลค่าไฟเราแล้ว  หลายคนคงคิดว่า อ้าว…แล้วจะไม่สำรองไฟเลยเหรอ ถ้าไม่พอขึ้นมา ไฟดับจะทำยังไง […]

โรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติและถ่านหินบางส่วนจะต้องปิดตัวลงก่อนสิ้นอายุทางเศรษฐกิจ เพื่อเปลี่ยนผ่านไปสู่พลังงานสะอาด จนกลายเป็นสินทรัพย์สูญค่าในอนาคต (stranded assets)
วันนี้ (7 พ.ย. 2025) JustPow ซึ่งเป็นองค์กรที่ทำงานด้านข้อมูล องค์ความรู้ การสื่อสารในด้านพลังงานและสิ่งแวดล้อม จัดงาน “อนาคตพลังงานจากก๊าซฟอสซิลภายใต้การเดินทางสู่ Net Zero 2050 ของประเทศไทย” ณ หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร (BACC)

โพสต์ที่เกี่ยวข้อง