รับฟังความเห็นแบบใด ทำไมยังไม่เห็นร่างฯ EnLAW เรียกร้องเปิดร่าง PDP ต่อสาธารณะ   

(10 มิ.ย. 67) สืบเนื่องจากสำนักนโยบายและแผนพลังงาน (สนพ.) กระทรวงพลังงาน ประกาศจัดเวทีรับฟังความคิดเห็นต่อ ‘แผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าของประเทศไทย พ.ศ. 2567 – 2580 หรือ PDP 2024’ โดยกำหนดรับฟังความคิดเห็นผ่านระบบออนไลน์ www.eppo.go.th และ Facebook page: EPPO Thailand ในวันที่ 17 มิถุนายน 2567 สำหรับภาคกลาง และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และวันที่ 19 มิถุนายน 2567 สำหรับภาคใต้และภาคเหนือ เพื่อที่จะนำความเห็นทั้งหมดมาปรับปรุง และนำมารวมกันอยู่ภายใต้แผนพลังงานชาติ (National Energy Plan) โดยระบุว่าแผนทั้งหมดจะแล้วเสร็จภายในกันยายน 2567 

มูลนิธินิติธรรมสิ่งแวดล้อม หรือ EnLAW เผยแพร่บทความ “(ร่าง) แผนพัฒนากำลังการผลิตไฟฟ้า PDP 2024 กับการรับฟังความคิดเห็นที่ประชาชนยังไม่เห็นข้อมูล” โดยระบุว่า แม้จะเข้าสู่เดือนมิถุนายนแล้ว แต่ สนพ. ยังไม่เคยเปิดเผยเนื้อหาเกี่ยวกับร่าง PDP 2024 ให้แก่สาธารณชนรับรู้ หรือรับทราบแต่อย่างใด ทำให้ยังไม่มีใครที่ได้เห็นแผนดังกล่าวก่อนที่จะถึงวันรับฟังความคิดเห็น 

“ทั้งๆ ที่แผน PDP ถือเป็นแผนระดับชาติของรัฐที่มีการกำหนดทิศทางการผลิตไฟฟ้าภายในประเทศ และส่งผลกระทบอย่างกว้างขวางต่อเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม รวมถึงค่าไฟของคนภายในประเทศ จึงจำเป็นอย่างยิ่งที่ สนพ. จะต้องดำเนินการให้เป็นไปตามหลักการมีส่วนร่วมของประชาชนที่ถูกบัญญัติรับรองไว้ทั้งในรัฐธรรมนูญและกฎหมาย”

พร้อมกันนี้ EnLaw เรียกร้องให้ สนพ. ต้องเผยแพร่ร่างแผน PDP 2024 และข้อมูลที่ประชาชนจำเป็นต้องรับทราบเพื่อประกอบการแสดงความคิดเห็น ให้ประชาชนทุกคนเข้าถึงได้โดยสะดวก ทั้งโดยการปิดประกาศไว้ ณ สถานที่ทำการของหน่วยงานรัฐ และเผยแพร่บนช่องทางสื่อสารออนไลน์ ก่อนเริ่มการจัดกระบวนรับฟังความคิดเห็นล่วงหน้าเป็นเวลาไม่น้อยกว่า 15 วัน เพื่อให้ประชาชนภาคส่วนต่างๆ มีเวลาเพียงพอต่อการศึกษาข้อมูลทำความเข้าใจร่างแผน PDP 2024 ทำกระบวนการปรึกษาหารือ และสามารถแสดงความคิดเห็นต่อร่างแผน PDP ได้อย่างเต็มที่ 

อ่านบทความฉบับเต็มได้ที่ https://enlawfoundation.org/pdp2024-where-is-draft/ 

ข่าวยอดนิยม

เสวนา “คนอุบลเอาบ่? : น้ำท่วม เขื่อนใหม่ ค่าไฟแพง” เมื่อวันที่ 13 มี.ค. 68 เนื่องในวันปฏิบัติการเพื่อแม่น้ำสากล หรือวันหยุดเขื่อนโลก (International Day of Action for Rivers : Against Dams)
ภาคประชาชนจัดเวทีเสวนาคู่ขนานวัน Earth Hour เปิดโครงสร้างปัญหาค่าไฟไม่แฟร์ และชวนปิดสวิตช์ตัวการทำค่าไฟแพง
เสียงโหวตของผู้ใช้ไฟฟ้าทุกคนมีความหมาย

รัฐสภายุโรปอนุมัติกฎหมายควบคุมการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์จากรถบรรทุกเมื่อวันที่ 13 พฤษภาคม ที่ผ่านมา โดยในสาระสำคัญของกฎหมายนี้ รถบรรทุกที่ขายในสหภาพยุโรปตั้งแต่ปี 2040 เป็นต้นไป จะต้องลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ลง 90% กฎหมายนี้จะส่งผลให้ผู้ผลิตรถบรรทุกหรือยานยนต์สำหรับงานหนัก ต้องให้ความสำคัญกับการผลิตรถที่ลดการปล่อยมลพิษมากขึ้น ซึ่งรวมถึงรถไฟฟ้าและรถที่ใช้พลังงานไฮโดรเจน เพื่อลดสัดส่วนการจำหน่ายยานพาหนะที่ปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ในตลาดลงให้ได้ถึง 90% ในปี 2040 โดยกฎหมายนี้มีจุดประสงค์เพื่อเพิ่มปริมาณการใช้รถไฟฟ้าให้พร้อมรับมือกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ แต่ระหว่างทางก่อนจะถึงเป้าหมายนั้น ผู้ผลิตรถบรรทุกยังต้องปฏิบัติตามข้อบังคับในการลดการปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์ลง 45% ภายในปี 2030 แทน 30% ซึ่งเป็นเป้าหมายเดิม ทั้งยังต้องบรรลุเป้าหมายที่จะลดให้ได้ 65% ภายในปี 2035 อีกด้วย ในการลงมติเพื่ออนุมัติกฎหมายนี้ มีเพียงอิตาลี โปแลนด์ และสโลวาเกียเท่านั้นที่ลงคะแนนเสียงคัดค้าน ในขณะที่สาธารณรัฐเช็กเป็นประเทศเดียวที่งดออกเสียง โดยประเทศที่ได้รับการจับตามองในการลงมติครั้งนี้มากที่สุดประเทศหนึ่ง คือ เยอรมนี เพราะนอกจากจะเป็นประเทศยักษ์ใหญ่ในอุตสาหกรรมนี้แล้ว ก่อนหน้านี้เยอรมนีเป็นประเทศที่พยายามเจรจาเพื่อให้ใช้เครื่องยนต์สันดาปที่ใช้เชื้อเพลิงซึ่งผลิตจากกระแสไฟฟ้า หรือเชื้อเพลิงสังเคราะห์ได้ นอกจากความพยายามที่จะเจรจาเรื่องเชื้อเพลิงสังเคราะห์แล้ว ยังมีเรื่องท่าทีของรัฐบาลเยอรมนีที่เป็นผลสืบเนื่องมาจากความขัดแย้งภายในรัฐบาลผสมของเยอรมนี ดังนั้น เพื่อให้เยอรมนีลงมติเห็นชอบในกฎหมายนี้ ทางสหภาพยุโรปได้เพิ่มบทนำที่ระบุว่า สหภาพยุโรปจะพิจารณาการบรรจุข้อกำหนดเพิ่มขึ้นในอนาคต เพื่อนับรวมรถที่ใช้เชื้อเพลิงที่เป็นกลางทางคาร์บอนในกรณีที่สอดคล้องกับเป้าหมายด้านสภาพภูมิอากาศ ข้อมูลจากสมาคมผู้ผลิตรถยนต์ยุโรป ณ เดือนธันวาคม 2023 ระบุว่า การขนส่งสินค้าทางถนนถือเป็นหัวใจสำคัญของการค้าและการพาณิชย์ของทวีปยุโรป […]

ร่างแผนพัฒนากำลังการผลิตไฟฟ้า พ.ศ. 2567 (PDP2024) มีการเปิดรับฟังความคิดเห็นในวันที่ 19-23 มิถุนายน 2567 ปีที่ผ่านมา นอกจากนี้การจัดให้ประชาชนแสดงความคิดเห็นยังเป็นการเปิดให้แสดงความคิดเห็นผ่านใต้โพสต์เฟซบุ๊กและเว็บไซต์ของ

โพสต์ที่เกี่ยวข้อง

JustPow เปิดตัวเว็บแอปฯ ‘ค่าไฟไปไหน’

ชวนคนไทยมาชำแหละบิลค่าไฟที่จ่ายแต่ละเดือนว่ามีค่าอะไร แล้วจ่ายให้ใครบ้าง

ไทยติดกับดักเชื้อเพลิงฟอสซิล แผนพลังงานสวนทางเป้าหมาย Net Zero 2050

วันนี้ (7 พ.ย. 2025) JustPow ซึ่งเป็นองค์กรที่ทำงานด้านข้อมูล องค์ความรู้ การสื่อสารในด้านพลังงานและสิ่งแวดล้อม จัดงาน “อนาคตพลังงานจากก๊าซฟอสซิลภายใต้การเดินทางสู่ Net Zero 2050 ของประเทศไทย” ณ หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร (BACC)

พืชผลการเกษตรและคุณภาพชีวิตรอบโรงไฟฟ้าที่อาจได้รับผลกระทบจากมลพิษ

โรงไฟฟ้าบูรพาพาวเวอร์ เป็นโรงไฟฟ้าพลังงานความร้อนร่วม ซึ่งเชื้อเพลิงหลักคือก๊าซธรรมชาติจากบริษัท ปตท. โดยคาดว่าจะมีความต้องการใช้ก๊าซธรรมชาติประมาณ 31,025 ล้านลูกบาศก์ฟุตต่อปี ส่วนเชื้อเพลิงสำรอง

ไม่แคร์  Net Zero ไม่แคร์ค่าไฟแพง ประเทศไทยเดินหน้านำเข้า LNG เพิ่ม พร้อมสร้างท่าเรือ LNG แห่งที่สาม

ในช่วงหลายทศวรรษที่ผ่านมา ประเทศไทยเปลี่ยนผ่านจากการใช้ถ่านหินและน้ำมันผลิตไฟฟ้า ไปสู่ยุค ‘โชติช่วงชัชวาล’ จากการค้นพบและใช้ประโยชน์จากก๊าซธรรมชาติในอ่าวไทย แต่เนื่องจากก๊าซในอ่าวไทยส่วนหนึ่งถูกนำไปใช้สร้างมูลค่าในอุตสาหกรรมปิโตรเคมี ทำให้การจัดหาก๊าซเพื่อผลิตไฟฟ้าไม่เพียงพอต่อความต้องการที่เพิ่มขึ้น ไทยจึงจำเป็นต้องจัดหาก๊าซเพิ่มเติมจากแหล่งภายนอก