การพยากรณ์ความต้องการใช้ไฟฟ้าสูงเกินจริง และการสร้างโรงไฟฟ้าเกินความจำเป็น

การพยากรณ์ความต้องการใช้ไฟฟ้าสูงเกินจริงตลอด 20 ปีที่ผ่านมาในแผนพัฒนากำลังการผลิตไฟฟ้า (Power Development Plan: PDP) ส่งผลให้รัฐอนุมัติการสร้างโรงไฟฟ้าของทั้งรัฐและเอกชนมากเกินความจำเป็น ขณะที่โรงไฟฟ้าที่มีอยู่และทำสัญญาซื้อขายไฟฟ้าไปแล้วก็ไม่ได้เดินเครื่องอย่างเต็มศักยภาพ เนื่องจากการใช้ไฟจริงน้อยกว่ากำลังการผลิตที่มีในระบบมาก 

แต่ในขณะเดียวกัน ทุกๆ ปี รัฐก็ยังเซ็นสัญญาซื้อขายไฟฟ้าเพิ่มมาโดยตลอด จากข้อมูลจะเห็นว่า ปี 2559 มีกำลังการผลิตอยู่ 41,556 เมกะวัตต์ แต่ในขณะเดียวกันมีกำลังการผลิตที่เกิดขึ้นจริงเพียง 21,486 เมกะวัตต์ เท่ากับว่า ยังมีโรงไฟฟ้าผลิตเพิ่มได้อีก 20,070 เมกะวัตต์ แต่รัฐยังเดินหน้าเซ็นสัญญากับโรงไฟฟ้าใหม่เพิ่มขึ้นอีกเป็นจำนวน 24 โรง คิดเป็นกำลังการผลิตรวมอีก 6,299 เมกะวัตต์

เงินที่ต้องจ่ายไปกับการทำสัญญาซื้อไฟฟ้าเพิ่มขึ้นแม้ว่าจะมีกำลังในระบบเกินพอ ก็กลับมาอยู่ในบิลค่าไฟของเราทุกคน

นอกจากนี้ อีกประเด็นสำคัญคือ สัญญาซื้อขายไฟฟ้าถูกจัดให้เป็น ‘ความลับ’ ของภาครัฐและผู้ผลิตไฟฟ้าเอกชน แม้สัญญาจะผูกพันและสร้างภาระให้กับประชาชนระยะยาว 15-35 ปีก็ตาม ประชาชนจะทราบข่าวก็ต่อเมื่อมีการลงนามซื้อขายในสัญญาไปแล้ว แม้จะมีการเรียกร้องให้รัฐเปิดเผยรายละเอียดสัญญา แต่ก็ถูกปฏิเสธ ทำให้เราในฐานะผู้บริโภคยิ่งห่างไกลจากการมีส่วนร่วมในการกำหนดค่าไฟของเราเอง

โพสต์ที่เกี่ยวข้อง

โรงไฟฟ้าที่อาจจะได้รับการต่ออายุ เพื่อรองรับการใช้ไฟของ Data Center 

ความต้องการใช้ไฟฟ้าสูงสุดในร่างแผน PDP2026 อยู่ที่ 79,696 เมกะวัตต์ (กรณี BASE-High) โดยมีกำลังการผลิตรวมอยู่ระหว่าง

ข้อสังเกตต่อร่างแผน PDP2026: ประเด็นค่าไฟเฉลี่ยตลอดแผน

ค่าไฟเฉลี่ย 3.8364 บาท/หน่วย ตลอดแผน ที่อาจจะไม่เป็นจริง เพราะต้นทุน SMR / CCS ที่คลาดเคลื่อน ไม่มีต้นทุนเทคโนโลยีใหม่ ไม่มีราคา Carbon Tax และยังไม่รวมความผันผวนจากการที่ยังต้องพึ่งพิงการนำเข้าก๊าซ

เงิน Claw Back 1.6 หมื่นล้านบาท ที่จะเอามาพยุงค่าไฟงวดเดือน ก.ย.-ธ.ค. 69  คืออะไร เอามาจากไหน 

จากการที่ คณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) เปิดรับฟังความเห็นค่าไฟฟ้างวดเดือน ก.ย.-ธ.ค. 2569 ระหว่าง 13-20

หน่วยงานรัฐไทยจ่ายค่าไฟปีละกว่า 1 หมื่นล้านบาท 

จากกรณีค่าไฟสาธารณะ ที่ถูกนำมาเฉลี่ยเก็บจากบิลผู้ใช้ไฟ 10 สตางค์ จนเกิดเป็นข้อถกเถียงกันอย่างมากว่า ควรจะจัดการอย่างไรดี เพราะเมื่อดึงกลับไปให้หน่วยงานเจ้าของพื้นที่ที่มีไฟสาธารณะเป็นคนจ่าย ไม่ว่าจะเป็นกรมทางหลวง กรมทางหลวงชนบท หรือ อปท. สุดท้ายแล้วงบประมาณในส่วนนี้ก็มาจากภาษีประชาชน JustPow ชวนมาสำรวจ ‘ค่าไฟ’ ของหน่วยงานภาครัฐ ว่าแต่ละปีต้องจ่ายค่าไฟเท่าไหร่ หน่วยงานไหนจ่ายมาก-น้อย ที่สุด จากร่าง พ.ร.บ. งบประมาณประจำปีงบประมาณ 2570 เมื่อพิจารณาเฉพาะส่วนรายการที่เป็น ‘ค่าไฟฟ้า’ จะพบว่ามีการตั้งงบประมาณไว้ 10,951,969,600 บาท โดยหน่วยงานที่มีการตั้งงบประมาณค่าไฟฟ้ามากที่สุดก็คือ กระทรวงกลาโหม เป็นเงิน 2,378,236,400 โดยที่กองทัพบกมีค่าไฟฟ้าสูงที่สุด 1,179,393,900 บาท  อันดับสองคือ กระทรวงกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม 2,034,119,100 บาท ซึ่งเป็นเพราะกระทรวงการอุดมศึกษาฯ รับผิดชอบสถาบันการศึกษาในระดับมหาวิทยาลัย ทั้งมหาวิทยาลัยราชภัฏและมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล รวมกว่า 98 แห่งทั่วประเทศ และยังมีสถาบันอื่่นๆ อีก จึงทำให้ค่าไฟฟ้าที่สูง  อันดับสาม คือ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ 848,224,500 บาท […]